inskru
gift-close

ครูแคท: ฉันควรจะยืนอยู่ตรงที่แห่งนี้อย่างไร

1
0
ภาพประกอบไอเดีย ครูแคท: ฉันควรจะยืนอยู่ตรงที่แห่งนี้อย่างไร

พื้นที่ (ทางใจ) การหยุดพัก และการเติบโต(ภายใน) ตัวครู

หลังโควิดผ่านพ้นไป แต่ละโรงเรียนก็กลับมาเปิดการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบอย่างที่เคยเป็นมา บรรยากาศห้องเรียนที่คุ้นเคยกลับมาเป็นปกติ นักเรียนและครูไม่ต้องเจอกันผ่านทางหน้าจออีกต่อไป แต่สำหรับครูโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ในภาคอีสาน อย่าง ‘ครูแคท’ กลับไม่ได้รู้สึกถึงบรรยากาศในห้องเรียนอย่างที่เคยสัมผัสมา

เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มันเป็นช่วงที่ ‘เหนื่อย’ และรู้สึกว่าตัวเอง ‘connect กับเด็กไม่ติด’ ซึ่งเธอเองมองว่าพฤติกรรมของนักเรียนในยุคหลังโควิดต่างไปจากช่วงนักเรียนที่เธอเคยสอนก่อนหน้า  บ่อยครั้งเด็กก็มีการพูดคุยเล่นกันกลางห้องระหว่างที่เธอสอน นำขนมมากินในห้องขณะที่เรียน แม้เธอจะมีการตักเตือนและพูดคุยด้วยเหตุผลแล้วก็ตาม ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่อเพื่อนคนอื่นๆ และตัวเอง บวกกับบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองให้นักเรียนฟัง แต่กระนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีผลใดๆ ในทางตรงกันข้าม กลับเป็นพฤติกรรมเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ อีก มันสะสมกลายเป็นความเหนื่อยล้าที่เธออยากจะ ‘หยุดพัก’

ครูแคทเริ่มหันมาโทษตัวเอง รู้สึกแย่และสับสนในความรู้สึกของตนเองว่าจะเดินอย่างไรต่อ ราวกับว่า ‘คุณค่าที่ตัวเองเคยยึดถือ ในตอนนี้กำลังถูกชนเข้าอย่างจัง’  ในด้านหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองนั้น กำลังเป็นครูแบบที่ตัวเองไม่ชอบ เป็นครูที่ขี้บ่นมากขึ้น ทำให้เด็กคนอื่นๆ ไม่ได้เรียน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่แย่ในห้องเรียน อีกฟากฝั่งของความคิด เธอก็ยังคงเชื่อในคุณค่าของการสื่อสารอย่างเข้าใจ มีเหตุผล และความห่วงใยที่หวังจะสร้างเด็กให้เติบโตไปในทางที่ดี ดังที่เธอทำมาเสมอมา แต่ผลลัพธ์นั้นไม่ได้ตอบแทนมาในทางบวกเสมอไป กลายเป็นความสิ้นหวัง ที่อยากพูดออกมา “ฉันควรพอได้แล้ว” เธอถามตัวเองอีกครั้ง หรือจริงๆ ที่รู้สึกเช่นนี้ ก็เพราะตัวเธอยังเป็นห่วงเด็กๆ ดังที่เธอสะท้อนออกมาว่า

“ใจนึงคือฉันก็เหนื่อยนะเว้ย ควรช่างมันได้สิ ฉันก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน

แต่อีกใจหนึ่งก็คือ ถ้าหากเราไม่สอนพวกเขา แล้วถ้าคนอื่นไม่สอนเขาแล้ว พวกเขาจะรู้เรื่องตอนไหน”

ในมุมลึกๆ ของความห่วงใย สำหรับเธอนั้น ไม่ใช่แค่ว่า การที่อยากจะ ‘ประคับประคอง’ ให้เด็กอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็นเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ‘การใส่ใจ’ ในเรื่องราวความรู้สึกของนักเรียนเท่าที่จะทำได้ ด้วยการพยายามทำเข้าใจลึกลงไปถึง ‘นิเวศรอบตัว’ ที่ส่งผลต่อตัวของเขาและเธอแต่ละคน  ทำไมเด็กแต่ละคนถึงเป็นเช่นนั้นเมื่ออยู่ในโรงเรียน เกิดอะไรขึ้นกับเขา  การที่เธอยินดีกับการวางคุณค่าเช่นนี้ ตัวเธอเองจึงได้เป็น ‘พื้นที่พักพิง’ โอบอุ้มดูแลความรู้สึกของนักเรียน ทำให้เด็กๆ พร้อมจะเดินเข้าไปหา

“เช่น การที่มีเด็กเป็นซึมเศร้าเข้ามาหาเรา หรือว่าเขาต้องการการดูแลจากใครสักคน ในวันที่เขาไม่มีใครแล้ว หรือมีปัญหาจากความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทางเพศ เขานึกถึงเรา มาหาเรา แล้วเรายินดีที่ใช้พลังงานในการทุ่มเทไปกับพวกเขา”

ในบางครั้งสิ่งที่ได้รับกลับมา คือ ‘จดหมายเล็กๆ’ บนโต๊ะจากเด็กๆ ที่เขียนให้กำลังใจ เธอรู้สึกดีใจเสมอทุกครั้งที่ได้อ่าน เป็นความรู้สึกห่วงใยที่มอบให้เธอด้วยความจริงใจ ไม่ใช่การร้องขอ สัมผัสได้ถึงการใส่ใจซึ่งกันและกัน มองเห็นและรับรู้ระหว่างกัน กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอยังอยากทำหน้าที่ครูต่อไป

ถึงแม้ห้องเรียนในปีที่ 5 สิ่งที่เธอเคยทำเป็นประจำ เกิดเป็นคำถาม ความสับสนขึ้นมา จนอยากจะหยุดพัก แต่ด้วยความที่เธอเคยเป็นนักกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จัดค่ายและวงพูดคุยเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อมและประเด็นปัญหาสังคมอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับการที่ได้เรียนรู้และ เติบโตจากรุ่นพี่ครูสังคมศึกษาคนหนึ่ง ที่พาให้เธอได้เรียนรู้ผ่านค่ายและกิจกรรมนอกห้องเรียน เหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ที่ทำให้เธอออกไปเจอผู้คนที่แตกต่างจากตัวเอง ออกไปเห็นสังคมจริงๆ ไม่ใช่ตามที่หนังสือบอกเล่า จึงไม่แปลกที่ชีวิตในการเป็นครูของเธออีกด้าน คือการทำโครงการนอกห้องเรียนร่วมกับชุมชนเมืองรอบๆ โรงเรียนอยู่เป็นประจำ เพื่อหวังให้นักเรียนได้ออกไปเรียนรู้สังคมในโลกกว้าง  แน่นอนว่า เด็กๆ กลุ่มหนึ่งที่เธอเคยสอนบางส่วน ได้เดินเข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครในชมรมอย่างเต็มใจ มันกลายเป็นพลังใจเล็กๆ ที่เธอได้รับและสัมผัสได้ว่า ลึกๆลงไป สิ่งที่เธอกำลังทำยังมี ‘คุณค่าความหมาย’ และ ‘ยอมรับได้’กับภาวะหยุดพักในห้องเรียนได้มากขึ้น  มากไปกว่านั้น พลังใจที่จากการทำงานกับเด็กชมรมและชุมชนที่เธอได้รับ จึงกลายเป็นสิ่งที่ค่อยๆหล่อเลี้ยงตัวเธอเองให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง เสมอๆ และพร้อมที่จะกลับไปทำงานในห้องเรียนในวันถัดๆไป “ เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” แคทกล่าว

ซึ่งการพาเด็กออกไปเรียนรู้จากชุมชน นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ตัวเธอก็ได้เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน ครูแคทเล่าว่า เมื่อก่อนเธอจะมี ‘ความคิดสำเร็จรูป’ ในการเข้าใจผู้คน แต่เมื่อได้สัมผัสได้พูดคุยมากขึ้น เธอเรียนรู้ว่า ชีวิตคนจริงๆเป็นสิ่งที่ซับซ้อน มากกว่าที่เราจะรีบด่วนสรุป จึงจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องราวของใครคนอื่นให้มากขึ้น เธอยกตัวอย่างหนึ่งที่เธอเคยเชื่อว่า ผู้คนที่ใช้ชีวิตติดกับกองภูเขาขยะ การเผชิญกับสภาวะที่ย่ำแย่เช่นนั้น พวกเขาก็ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นแน่ๆ แต่เมื่อเธอได้เข้าไปสัมผัสพูดคุย พบว่า ความเป็นจริง ผู้คนตรงนี้ไม่สามารถย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ด้วยเงื่อนไขชีวิตที่บีบให้เขาต้องอยู่ในสภาพจำยอม เหล่านี้คือประสบการณ์ตรงที่ส่งผลให้มุมมองสอนของเธอเปลี่ยนไป

“ในตอนออกแบบ เรามานั่งอ่านหนังสือทวนอีกรอบแล้วว่าตรงไหนที่มันตั้งคําถามต่อได้ หรือว่าตรงไหนที่มันเป็นแบบสําเร็จรูปเกินไป

มันทำให้เราคิดตั้งคําถามต่อในห้องเรียนได้ มุมมองการออกแบบการเรียนรู้ มันจึงไม่ใช่จัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กรู้เนื้อหาอะไรแบบนั้น

แต่ควรเพื่อให้เด็กเข้าใจมิติอื่นๆด้วย”

ดังนั้นแล้วในการเป็นครูของเธอ คือ ‘การขยายโลกของเด็กออกไป’ ให้พวกเขาได้รับรู้และเห็นคนอื่นมากขึ้น เรียนรู้ที่เชื่อมกับผู้คนที่ต่างออกไป ได้ใส่ใจและดูแลกันและกัน การสอนจึงต้องไม่นำคำตอบเนื้อหาสำเร็จรูป แต่ต้องนำความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมมาสู่บทเรียน ความเป็นจริงที่มีชีวิตอยู่ในนั้น ที่เด็กควรจะได้เรียนรู้จะตั้งคำถาม รู้สึก สัมผัส และใส่ใจอย่างละเอียดกับสิ่งที่เป็นจริงให้กว้างขึ้นออกไป เธอมีความหวังว่าสิ่งที่เธอปลูกลงไปในตัวเด็กจะออกดอกผลิใบ ไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม เกิดเป็นกิ่งก้านสาขา ขยายความเชื่อที่สร้างสังคมของพรุ่งนี้ที่ดีกว่าวันวาน

บทสัมภาษณ์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์บทสัมภาษณ์ชุด “จากวันนั้น เมื่อฉันเป็นครู“ รวมเรื่องราวของครูรุ่นใหม่ ภายหลังจากการทำงานในระบบการศึกษา 4-6 ปี ชีวิตการเป็นครูของพวกเขาในตอนนี้ กำลังเผชิญกับอารมณ์ ความรู้สึกแบบใด เขามองเห็นตัวเองอย่างไร ได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ ความคิดและความฝันของเขาและเธอยังคงเหมือนเดิมหรือคลี่คลายไปแบบใดบ้าง ซึ่งในบทสัมภาษณ์นี้ประกอบด้วย 5 เรื่องราวจากครู 5 คน ที่จะมาบอกเล่าช่วงจังหวะชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เชื่อมกับความทรงจำในอดีตที่ผ่านมา และความใฝ่ฝันถึงอนาคตหลังจากนี้ ผู้เขียนหวังว่าเรื่องราวทั้ง 5 ตอนในบทสัมภาษณ์ชุดนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพื่อนครูที่ได้อ่าน กลับมาสำรวจ ตั้งคำถาม และทบทวนนิยามความเป็นครู ปรัชญาการสอน จุดมุ่งหมายของการทำงานด้านการศึกษา และปัญหาเชิงโครงสร้าง ผ่านประสบการณ์ที่เรากำลังเผชิญหรือวันวานที่เดินผ่านมา

ผู้เขียน: ครูพล-อรรถพล ประภาสโนบล

จากวันนั้นเมื่อฉันเป็นครูTeacher Story

ไอเดียนี้เป็นไงบ้าง?

1
ได้แรงบันดาลใจ
0
ลงไอเดียอีกน้า~
avatar-frame
แบ่งปันโดย
insinsKru
insKru Official Account เราจะคอยผลักดันและเชิญชวนคุณครูมาร่วมสร้างสรรค์ไอเดียการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป

อยากร่วมแลกเปลี่ยน?

please login

แสดงความเห็นกับสมาชิกใน insKru

เก็บไอเดียไว้อ่าน และอีกมากมาย

icon-please-commentมาเป็นคนแรกที่แลกเปลี่ยนสิ!

ไอเดียน่าอ่านต่อ